2020: ปีที่ตอกย้ำความสำคัญด้าน Privacy, Transparency และ Security ของ Apple

“Apple ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และเราไม่แชร์ข้อมูลให้ใคร” คำนี้เป็นคำที่ Apple พูดมาตั้งแต่นยุคของ Steve Jobs ตกทอดมาจนถึงยุคของ Tim Cook เรื่องของ Security และ Privacy จึงเป็นจุดหนึ่งของ Apple ที่ถูกพูดถึงเสมอมา แม้คำเหล่านี้จะถูกยกมาพูดในช่วงที่คนยังไม่มี Awareness กับ Privacy ขนาดนั้น โลกก็ค่อย ๆ Develop มาจนถึงจุดที่ทำให้ทุกคนต้องมาเห็นความสำคัญกับ Privacy ไม่ว่าจะเป็นกรณีดราม่าระทึกโลกของ Cambridge Analytica ในช่วงปี 2017 มาจนถึงช่วงที่เกิดคลื่นกระเพื่อมของความขัดแย้งจากการชุมนุมในฮ่องกง ไทย และประเทศอื่น ๆ

ทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นการตั้งคำถามถึง Privacy มากขึ้น คำถามต่าง ๆ ถูกตั้งขึ้นมา “Facebook ฟังเราจริงหรือเปล่า”, “Google รู้มั้ยว่าเราไปไหนบ้าง”, “เราปลอดภัยหรือเปล่าที่จะมีลำโพงอัจฉริยะอยู่ในห้องนอน”, “กล้อง Web Cam จับภาพเราอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า”

คำถามเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาตามลำดับ เราเองก็เชื่อว่าทุกคนก็เคยตั้งคำถามเหล่านี้กับอุปกรณ์รอบตัวอย่างน้อยครั้งถึงสองครั้งซึ่งจริง

มรดกการให้ความสำคัญของ Apple

ย้อนกลับไปดูในประวัติศาสตร์ของ Apple เราจะเห็นการให้ความสำคัญกับทั้ง Security, Privacy และ Transparency อยู่บ้าง และยังคงเป็นคำพูดติดปากเวลาเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ เช่น ในการถล่าวถึงฟีเจอร์ที่เกี่ยวกับ SIri Apple ก็พูดถึงว่าข้อมูลจะถูกโปรเซสในเครื่องและไม่อัพโหลดขึ้น Server หรือย้อนกลับไปไกลกว่านั้น การที่ Apple ให้ความสำคัญกับ “ไฟสีเขียว” บริเวณ หน้ากล้อง FaceTime HD Camera ก็ช่วยเตือนผู้ใช้งานในระดับ Hardware ว่ามีการเปิดใช้กล้องอยู่ หรือแม้กระทั้งการให้ความสำคัญกับ Activation Lock ใน iOS 7 (ที่หลายคนมองว่าเป็นปัญหาและยุ่งยาก)

อย่างไรก็ดี ในช่วงหลัง ๆ มา ตามที่บอกไปว่าพอคนมี Awarness เพิ่มขึ้นจากกระแสข่าวต่าง ๆ กรณี Snowden ที่ออกมาแฉการเก็บข้อมูลของ NSA (ที่ทำให้ Apple ถึงกับต้องมาให้ความสำคัญกับ Security และ Privacy กันยกใหญ่) หรือกรณีของ Cambridge Analytica ที่เป็นจุดที่น่าจะตกยากลำบากที่สุดของ Facebook ในแง่ของความเชื่อมั่น

iMessage บน iOS นั้นก็นับว่าเป็นระบบ Chat ที่ปลอดภัยมาก ๆ ในระดับเดียวกับ Telegram หรือ Signal ด้วยซ้ำเพราะมีการเข้ารหัสแบบ end-to-end หรือการใช้ฟีเจอร์ Gatekeeper ใน Mac

iOS 14 และ macOS Big Sur ที่มาพร้อม Security in Mind

ในปี 2019 Apple เคยออกแถลงการณ์ชื่อว่า Improving Siri’s privacy protections เพื่อตอบข้อสงสัยว่า Siri ปลอดภัยจริงหรือเปล่า จากคำถามของคนที่ว่าไมโครโฟนในมือถือเราปลอดภัยแค่ไหน หลังจากนั้นในปี 2020 Apple ก็ได้เปิดตัวฟีเจอร์ต่าง ๆ ใน iOS 14 และเน้นไปที่เรื่องความสำคัญเรื่อง Privacy แบบหนักหน่วงที่สุดที่เราเคยเห็นมาในการเปิดตัวสินค้า Apple ยุคใหม่ รวม ๆ ฟีเจอร์ที่เปิดตัวออกมาตลอดจนไปถึง การประกาศให้ความสำคัญกับข้อมูลต่าง ๆ

  • Apple แสดงผลจุดสีเขียวบนหน้าจอเพื่อบอกเราว่าตอนนี้แอพไหนกำลังใช้กล้อง หรือไมโครโฟนในเครื่องเราอยู่
  • มีการปรับปรุงความเข้มงวดในการขอ Permission ใช้งาน ไมโครโฟน ตำแหน่งที่ตั้ง และกล้องรวมไปถึงการเข้าถึงข้อมูลในเครื่อง
  • การทำ Log-in with Apple ที่ปกปิดข้อมูลที่เราไม่ต้องการอยากจะแชร์ให้เว็บหรือแอพนั้น ๆ และเลือกแชร์ข้อมูลเท่าที่จำเป็น
  • การรายงานความเป็นส่วนตัวอย่างละเอียดในการเข้าชมเว็บไซต์ต่าง ๆ

ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าว ถูกนำมาใช้ตั้งแต่บน iOS ไปจนถึง macOS Big Sur นับว่าเป็นการปรับปรุงและให้ความสำคัญกับ Security ครั้งใหญ่ของ Apple

ในขณะเดียวกัน ช่วงปี 2019-2020 จากที่เราบอกไปว่าการข้อข้อมูลผู้ใช้งานจากทางรัฐฯ หรือหน่วยงานรัฐฯ ต่าง ๆ ถูกพูดถึงมากขึ้นจากกรณีกราดยิงที่ San Bernardino ที่ Apple ปฏิเสธทาง FBI ในการปลดล็อก iPhone ของผู้ก่อเหตุ โดย ณ ตอนนี้ Apple นั้น ได้จัดทำ Report การขอข้อมูลจากทางรัฐบาลทั่วโลก ไว้เป็นหน้าเว็บให้เราสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ แถมยังบอกด้วยว่าขออะไร ให้หรือไม่ให้ ที่หน้าเว็บ Government Information Request 

แต่ก็ไม่ได้แปลว่า Apple จะไม่ผิดพลาดในประเด็นที่ให้ความสำคัญที่สุด

อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้แปลว่า Apple นั้นจะไม่เคยพลาด ให้ควาสำคัญขนาดนี้ Apple เองยังถูกตั้งคำถามกับกรณี Gatekeeper ในปี 2020 นี้เอง Apple มีประเด็นเรื่องว่าทำไมถึงมีการส่งข้อมูลการเปิดแอพผ่านทางระบบ Network สำหรับใช้ร่วมกับฟีเจอร์ Gatekeeper ในการป้องกันแอพที่ไม่ปลอดภัย (ป้องกันแอพไม่ปลอดภัยแต่ทำไม Apple ทำตัวไม่ปลอดภัยเอง ?) จนในที่สุด Apple ก็ได้ออก encrypted protocol สำหรับการทำ revocation checks ใหม่ เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้

สรุปแนวโน้มต่อไปของ Tech ที่จะใกล้ชิดเรามากขึ้น จน Transparency เป็นสิ่งสำคัญ

จะสังเกตเห็นว่าที่ผ่านมา Apple นั้นเน้นย้ำและให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยมาตลอด แต่ในช่วงหลัง ๆ คนเริ่มมี Awareness ในเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น ทำให้ Apple จริง ๆ ก็แทบจะไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก แต่ปรับเติม เสริมแต่ง iOS และ macOS หรือ Service ต่าง ๆ ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงการให้ความสำคัญกับ Transperancy ก็นับว่าเป็นอีก Trend นึงที่มาแรงและเป็นการแสดงถึงความจริงใจในการใช้ข้อมูลต่าง ๆ เรียกว่า ใช้ได้ แต่ต้องบอกว่าใช้ทำอะไร ยังไงบ้าง อย่างละเอียด (สิ่งที่กระตุ้น Trend นี้อีกอันก็คือกฎหมาย GDPR ของยุโรป ที่ปกป้องข้อมูลอย่างรัดกุม)

ดังนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ Apple จะรักษามาตรฐานนี้ต่อไปอย่างไร และจะยังคงเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยได้อยู่หรือไม่ เมื่อเทคโนโลยีก็ต้องพัฒนาไปมากขึ้น แต่ผู้ใช้งานก็ฉลาดและต้องการความปลอดภัยมากขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งฟังดูมันก็ออกแนว Tech Utopia ที่อาจจะเป็นไปได้ยาก แต่นี่แหละคือความน่าสนุกของการติดตามข่าวไอที

เรียบเรียงโดย ทีมงาน MacThai

The post 2020: ปีที่ตอกย้ำความสำคัญด้าน Privacy, Transparency และ Security ของ Apple appeared first on Macthai.com.

ข่าวงาน
Author: ข่าวงาน

Freelance Job online

About Author

Freelance Job online