เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 7 ปีครึ่ง

“ศูนย์วิจัยกสิรกรไทย” คาด กนง. 23 ธ.ค.นี้ คงดอกเบี้ยที่ 0.50% หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้น แต่รอติดตามท่าทีต่อสถานการณ์เงินบาท หลังไทยติดบัญชีถูกจับตาของสหรัฐฯ ขณะที่เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 7 ปีครึ่งที่ 29.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ว่า คาดว่า ในการประชุม กนง. วันที่ 23 ธันวาคมนี้ คณะกรรมการฯ จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ตามเดิม เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยยังมีสัญญาณทยอยฟื้นตัว และน่าจะได้รับอานิสงส์ต่อเนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและประคองกำลังซื้อของภาครัฐ

อย่างไรก็ดี จุดจับตาสำคัญจะอยู่ที่ความต่อเนื่องของเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ซึ่งมีโอกาสเผชิญความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของหลายๆ ปัจจัย โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ และสถานการณ์เงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งล่าสุด เงินบาทแข็งค่าหลุดแนวสำคัญทางจิตวิทยาที่ 30.00 มาแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 7 ปีครึ่งที่ 29.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังรายงานการประเมินนโยบายเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ จัดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่ม Monitoring List ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อประเทศที่สหรัฐฯ จะติดตามทิศทางนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงหลังจากนี้อย่างใกล้ชิด

สำหรับไทยนั้น แม้การมีชื่อติดในบัญชี Monitoring List อาจไม่มีผลทางตรงกับการดำเนินนโยบายเพื่อดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินในประเทศ แต่แรงกดดันด้านแข็งค่าของเงินบาทที่เพิ่มขึ้นภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว จะกลายเป็นโจทย์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นสำหรับทางการไทย เพราะเงินบาทที่แข็งค่าและมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้นย่อมมีผลกระทบต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจในภาพรวม และอาจมีผลทำให้อัตราเงินเฟ้อเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างต่ำเป็นเวลานาน

ซึ่งหากสถานการณ์ลากยาวและเศรษฐกิจเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แรงกดดันและความจำเป็นต่อการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับ: เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 7 ปีครึ่ง

ข่าวงาน
Author: ข่าวงาน

Freelance Job online

About Author

Freelance Job online